ปุจฉา-วิสัชนา > การปฏิบัติธรรมและข้อธรรม > ใฝ่ใจปฏิบัติธรรมแต่ยังมีปัญหา
กลับหน้าแรก

ใฝ่ใจปฏิบัติธรรมแต่ยังมีปัญหา

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 23 กันยายน 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา
หนูก็เป็นคนหนึ่งที่เคยตั้งมั่นในความเพียรมากเกินไป (ทั้งคืนทั้งวัน) เหมือนตอนที่หนูเอ็นทรานหนูแทบไม่ได้นอนที่นอนเลย หลับคาโต๊ะหนังสือบ่อยมากอยู่ 3 ปีคะ แต่ผลที่ได้คือเอ็นติดแต่ด้วยความรักแม่และเป็นลูกคนโตต้องช่วยกิจการที่บ้านเลยไม่ได้เรียนต่อ (วิบากของหนูเองคะ) แต่หนูก็ยังไม่ได้ทิ้งสิ่งที่ตัวเองรักนะคะ

หนูชอบด้านกรรมฐานมาแต่เด็กแล้วคะ จึงศึกษาและปฏิบัติตลอดทั้งชีวิตเพื่อพิจารนาดูว่าคืออะไรมีจริงไหม ตอนเป็นวัยรุ่นรักถึงขนาดไปไหนต้องหิ้วพระเครื่องไปด้วย นับถือองค์เอาไปหมดแถมยังหนังสือสวดมนต์หนังสือธรรมของคูรบาอาจารย์ด้วยคะ ส่วนมากก็จะเป็นแนวพระป่าสายปฏิบัติและแนวไตรปิฎก (เพราะกลัวจะหายนะคะรักมากไปไหนต้องเอาไปด้วย)

แต่เดี๋ยวนี้กลับกันคะ ทุกวันนี้ไม่แขวนพระแล้วและไม่หิ้วอะไรแล้วถ้าไม่จำเป็นจะต้องใช้ เพราะหนูรู้แล้วว่าพระพุทธอยู่ที่ใจ พระธรรมก็อยู่ที่ใจพระอริยสงฆ์ก็อยู่ที่ใจ ทุกสิ่งทุกอย่างรวมอยู่ที่ใจไม่ต้องไปแบกอะไรให้หนักอีกแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่หนักใจมาก คือ ถ้าหนูปฏิบัติต่อหนูอาจจะต้องเสียครอบครัวที่ดีไป เพราะหนูเพียรมากเกินไปคะ เพราะมันคือชีวิตและจิตวิญญาณของหนู (หนูเกิดมาเพื่อทำสิ่งนี้) 20 ปีที่รู้จักและ 9 ปีที่อยู่ด้วยกันมาคงไม่มีผู้ชายคนไหนที่จะรับความเป็นตัวตนที่แท้จริงของหนูได้เท่าสามี เค้าเป็นสามีที่ดีอยู่ในศีลในธรรมมาโดยตลอด-มีกระทบกันบางก็เป็นธรรมดาเกิดดับไป ปัจจุบันหนูเลือกครอบครัวคะ

หนูติดฌานมากคะตลอดทั้งวันทั้งคืน จนมีโลกสวนตัวสูงมาก จิตมันวุบหายเป็นขณะ แต่ยังมีการค้าต้องแล และมีครอบครัวบางที่ก็ต้องถอยจากความสงบออกมาคุยกะคนอื่น ๆ เช่น สามี ลูก และลูกค้า คนอื่นก็ไม่มีอะไรคะเจริญเมตตาไปได้

แต่บางครั้งเข้าสมาธิอยู่ สามีไม่รู้ชอบมาชวนคุยหรือยิ่งเห็นเราเฉยเงียบยิ่งหยอกแกล้งอยู่บ่อย ทำให้เสียความสงบ จึงรำคาญมากคะ มีหงุดหงิดบ้างเพราะมันไร้สาระนะคะบางที่ก็ไล่เค้าไปไกลๆๆ ก็มี (เค้าก็คงไม่เข้าใจนะคะ) บางครั้งลูกงอแงอ้อนแม่ ก็รู้สึกว่ามันอ่อนแอไม่เข้มแข็งเลยคะก็มีดุไปบางครั้งก็สอนลูกทำสติปัฏฐานบ้างให้เค้าหัดจับหายใจบ้าง จะได้นิ่งขึ้น (พระอาจารย์คะหนูจะทำอย่างไรดี)

และตอนนอนหนูติดฟังเทศน์ทุกคืนมาตั้งแต่ยังไม่ได้แต่งงานแล้วคะ พอมาอยู่กะสามีเลยไม่ค่อยได้ฟังก็เลยนอนไม่หลับเหมือนความสุขมันหายไป หนูเป็นอย่างนี้มาแต่เด็กแล้วคะ และติดทำสมาธิเวลานอนด้วยคะ ถ้าใครมาโดนตัว จิตมันจะเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงทำให้มีปัญหาเหมือนกันคะ

ครอบครัวหนูจะแย่ไหมคะแล้วหนูจะทำอย่างไรดีเพราะหนูก็ยังรักสามีและลูกอยู่คะ แต่หนูก็ติดอารมณ์กรรมฐานมากคะ ถ้าให้เลิกปฏิบัติคงเลิกไม่ได้ ถ้าให้ทิ้งครอบครัวก็ยังทำไม่ได้เหมือนกันคะ ทุกวันนี้หนูยังเลือกที่จะมีครอบครัวที่อบอุ่น (มันคือตัวตัณหาใช่ไหมคะ) ยังพอใจในการครองเรือนอยู่แสดงว่านิพพานยังต้องห่างไกลอีกเยอะเลยคะ (ขอบคุณที่ชี้แนะค่ะ)

 

การปฏิบัติธรรมโดยเฉพาะการทำจิตภาวนาที่ถูกต้อง ย่อมช่วยให้จิตใจมั่นคงเข้มแข็ง ไม่หวั่นไหวง่าย หากทำไปแล้ว จิตใจกลับอ่อนแอ มีอะไรมากระทบก็ไม่ได้ เป็นต้องหงุดหงิดรำคาญใจ แสดงว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องแล้ว

ในทำนองเดียวกัน หากทำสมาธิถูกต้อง เป็นสัมมาสมาธิ นอกจากจิตใจจะตั้งมั่น ผ่องใส แล้ว ยังเหมาะแก่การใช้งานหรือทำงาน (กัมมนียะ) หากทำไปแล้ว ไม่อยากทำงานหรือคิดแต่จะปลีกตัวไปนั่งสมาธิ ก็แสดงว่าปฏิบัติไม่ถูกต้องเช่นกัน

อาตมาคิดว่า ปัญหาที่สำคัญของคุณ ก็คือ ติดสงบ ความสงบนั้นเป็นของดี แต่ถ้าติดมัน ก็เป็นทุกข์ได้ เวลาความสงบหายไป (เช่น เวลามีคนมาหา มีเสียงดัง มีงานการที่ต้องทำ) ที่จริงความสงบนั้นมี ๒ อย่าง คือ สงบเพราะไม่(รับ)รู้ กับสงบแม้(รับ)รู้ หรือสงบเพราะรู้ สงบอย่างแรกนั้นเป็นเพราะปิดตาปิดหูไม่รับรู้อะไร หรือควบคุมสิ่งแวดล้อมไม่ให้ส่งเสียงดังรบกวน หรือบังคับจิตอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง จนไม่รับรู้สิ่งอื่น

สงบอย่างที่สองนั้นเกิดขึ้นได้แม้จะได้ยินเสียงดังหรือรับรู้สิ่งต่าง ๆ แต่ใจก็ไม่ว้าวุ่น เพราะคราใดที่ใจกระเพื่อม ก็รู้ทัน และพาจิตกลับมาสู่ความปกติได้ สงบประการหลังนี้เกิดขึ้นเพราะมีสติรักษาใจ เป็นเบื้องต้น (อีกอย่างที่สำคัญคือปัญญาที่ทำให้ปล่อยวางสิ่งต่างๆ ได้เพราะเห็นว่าเป็นธรรมดา) ถ้ามีสติ เวลาใจสงบก็รู้ว่าสงบ เวลาใจไม่สงบ ก็รู้ว่าไม่สงบ สงบก็รู้เฉย ๆ ไม่ยินดี เมื่อไม่สงบก็รู้เฉย ๆ ไม่ยินร้าย ช่วยให้ใจเป็นปกติได้แม้รอบตัวจะอึกทึกวุ่นวายก็ตาม

คุณควรลองหันมาเจริญสติดูบ้าง ทั้งการเจริญสติในรูปแบบและนอกรูปแบบ การเจริญสติในรูปแบบ มีหลายวิธี เช่น อาศัยลมหายใจ ท้องพองยุบ การเดินจงกรม หรือเคลื่อนไหวมือไปมา ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ก็ให้จิตรับรู้การเคลื่อนไหวของกาย ไม่เพ่งหรือแนบแน่นอยู่กับลมหรือท้องหรือมือ เวลาใจคิดนึกก็รู้ทัน โดยไม่ห้ามความคิดหรือกดข่มมัน

ส่วนการเจริญสตินอกรูปแบบ ก็คือ มีสติอยู่ในกิจวัตรประจำวัน ไม่ว่า อาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว ก็รู้ตัวหรือรู้สึกตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันหากใจเผลอคิดฟุ้งปรุงแต่งก็รู้ทัน ไม่กดข่ม มีความหงิดหงิดขัดเคืองใจ หรือดีใจ ก็รู้ทัน หรือรู้เฉย ๆ ไม่ต้องกดข่มหรือแทรกแซงมัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถปฏิบัติธรรมควบคู่ไปกับการทำงานได้ อยู่กับสามีหรือกับลูก ก็เจริญสติได้ เป็นการทำประโยชน์ท่านและประโยชน์ตนไปพร้อมกัน

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved