ปุจฉา-วิสัชนา > ความสัมพันธ์ > เธอรู้ไหมทำไมฉันจึงรักเขา เลือกจบชีวิตคู่จะผิดบาปไหม
กลับหน้าแรก

เธอรู้ไหมทำไมฉันจึงรักเขา เลือกจบชีวิตคู่จะผิดบาปไหม

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 2 กันยายน 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระอาจารย์ ดิฉันแต่งงานมา 6 ปี มีสามีที่บ้างาน ด้วยหนี้สินทางบ้านสามีที่เป็นภาระ ทำให้เค้าพยายามทำงานหาเงินเพื่อชำระหนี้นั้นและค่าใช้จ่ายในบ้าน ดิฉันก็ทำงานมีรายได้ เลี้ยงดูตนเองและช่วยค่าใช้จ่ายในบ้านด้วย หลังแต่งงานมาซักพัก ดิฉันรู้สึกว่าสามียุ่ง ไม่มีเวลา ถ้ามีเวลาก็อยู่กับเพื่อน ทำกิจกรรมกับเพื่อนคลายเครียด เพราะ lifestyle เราต่างกัน เราเลยแยกย้ายกันไปทำกิจกรรมที่ต่างกันกับเพื่อนตัวเอง สามีจึงไม่ค่อยอยู่บ้าน ดิฉันมักอยู่คนเดียวดูแลบ้าน ไปหาพ่อแม่ เพื่อน ทำอะไรคนเดียวบ่อยๆ และตั้งใจทำงาน มุ่งมั่น

ดิฉันล้มป่วยเป็น Office syndrome พักงาน 3 เดือน ช่วงแรกดิฉันกลับมาอยู่กับพ่อแม่เพราะสามียุ่งมาก ไม่มีเวลาดูแล ดิฉันซึมเศร้าแต่ก็รู้ว่าเค้าต้องทำงาน พออาการดีขึ้น ดิฉันก็กลับไปอยู่บ้าน สามีก็พยายามกลับบ้านมาเร็วขึ้น จนอาการดิฉันดีขึ้นมากแต่ไม่หายขาด แต่พยายามปรับตัวตามคำแนะนำของหมอ และกลับมาทำงานใหม่ ใช้ชีวิตปกติ แต่ต่อมาดิฉันรู้สึกว่านับวันสามีก็ไม่ใส่ใจ ไม่มีเวลาให้ดิฉัน แต่ไปกับเพื่อน สังสรรค์เฮฮา เที่ยวกับเพื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งผู้หญิง ผู้ชายมากมาย ดิฉันรู้สึกอ้างว้าง เหงา และพยายามหาอะไรทำเพื่อขจัดความรู้สึกนี้ไป และยอมรับในสิ่งที่เค้าเป็น และพยายามพูดคุยกับสามี ตั้งใจจะหาวิธีปรับหรือให้เค้าเข้าใจเราบ้างแต่เหมือนเค้าก็ไม่ค่อยสนใจนัก เหมือนดิฉันไม่อยู่ในแผนการใช้ชีวิตของเค้าเลย ดิฉันก็ทำใจ และเราตกลงว่าจะไม่มีลูก ด้วยสุขภาพและความไม่รู้พร้อม

วันหนึ่ง ดิฉันได้รู้จักเพื่อนร่วมงานผู้ชายคนหนึ่ง ต้องทำงานใกล้ชิด แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน เริ่มสนิทสนม ถูกคอ คุยกันทุกเรื่องแม้ฐานะต่างกัน สังคมต่างกัน เค้าเป็นคนสมถะ เชย ๆ แต่จริงใจ เค้าก็มีภรรยาและมีปัญหาครอบครัว เราก็ปรึกษากันไปมา แล้วเราก็ถลำลึกเป็นความรักต้องห้าม เราพยายามตัดใจอย่างมาก สำนึกผิดและละอาย เพื่อนผู้ชายของฉันตัดสินใจเลิกกับภรรยา ออกมาอยู่คนเดียว แต่มารักดิฉันทั้งที่ดิฉันก็ไม่ได้เลิกรากับสามี ดิฉันเองมีความรู้สึกดี ๆ กับการเอาใจใส่ดูแลดิฉัน ช่วยเหลือทุกอย่าง ป่วยก็พาไปหาหมอ เพราะสามีดิฉันไม่ว่างเลย ดิฉันได้ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับความสุขนั้นเรื่อยมา กิเลสครอบงำ แต่ในใจก็รู้สึกผิดมหันต์และคิดหาทางออก ทำในสิ่งที่ถูกต้อง แต่ยังตัดสินใจไม่ได้ปรึกษาใครไม่ได้ ดิฉันเป็นคนเลวร้าย ผิดศีล ชีวิตเริ่มแย่ลง มีทุกข์ในใจ

จนมาวันหนึ่งที่ผู้ชายคนนี้ได้ไปฟังพระสวด รู้สึกผิดมากๆ ที่รักดิฉันและกระทำผิด เราเลยตกลงที่จะหยุดความสัมพันธ์และเป็นเพื่อนกัน รักกันเป็นเพื่อนรัก ถ้าวันใดดิฉันไม่มีครอบครัวแล้ว เค้าจึงจะเข้ามาดูแลฉัน เราเริ่มห่างกัน ไม่พบเจอกัน ไมโทรหากัน แต่แชทกันบ้าง ห่วงใยกัน เราต่างเสียใจ มีความทุกข์ แต่ก็ไม่อยากทำผิดอีก

สามีดิฉันเองก็ระแคะระคาย มีคนเข้ามาหาและพูดคุยเรื่องดิฉันทั้งที่จริงและไม่จริง ดิฉันมีความรู้สึกอยากจะเลิกกับสามี อยากอิสระ ลึก ๆ ก็อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายคนนั้น แต่ก็ไม่แน่ใจ สับสนวุ่นวาย ดิฉันเลยแยกกันอยู่กับสามี กลับมาอยู่กับพ่อแม่ และขอเลิกกับเค้า อยากจะจบด้วยดี สามีดิฉันเสียใจมาก ไม่ยอมหย่า ให้อภัยสิ่งที่ดิฉันทำผิดและขออภัยที่ไม่ใส่ใจดิฉันที่ผ่านมา ขอโอกาสปรับปรุงตน และให้กลับไปอยู่ด้วยกัน จะรอดิฉันกลับบ้าน

ดิฉันสับสนมาก เลยขอเวลาอยู่คนเดียว ดิฉันลาออกจากงาน พักกายที่เริ่มป่วยและใจที่สับสนวุ่นวาย ดูแลพ่อแม่บ้าง เริ่มศึกษาธรรมะ ตั้งใจรักษาศีล ละบาป ฝึกจิตใจให้สงบลง ดีขึ้นบ้าง เริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้นแต่ยังขึ้นลง ดิฉันพยายามควบคุมสติ อารมณ์ และปล่อยวางให้มากที่สุด อยู่กับปัจจุบัน ทำทุกวันให้ดีที่สุด ไม่กังวลอนาคตมากเกินไป แต่ดิฉันก็ยังตัดสินแก้ปัญหาไม่ได้ พ่อแม่ก็เห็นว่ามันค้างคากันอยู่ ดิฉันเข้าใจว่าดิฉันต้องคิดและไตร่ตรอง ตัดสินใจเอง รู้ตัวเอง แต่ก็มีคำถามมากมายและอยากได้หลักการในการคิดให้ถูกต้อง ทำร้ายคนน้อยที่สุด ไม่กระทำผิดอีก

- ดิฉันเคยขอหย่าร้าง แต่สามีไม่ยอม แม้จะยืนยันมา 3-4 รอบและดิฉันก็ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตกับเค้าได้อีกเช่นสามีภรรยา ดิฉันขอโทษเค้า ได้แต่ทำตัวเองทุกวันให้ดี อ่านหนังสือธรรมะ สวดมนต์ ดิฉันไม่อยากให้ทั้งคู่ทำร้ายตนเอง คิดสั้น จึงพยายามบอกให้ทั้งคู่ ทำใจให้สบาย ไปทำบุญ รักษาสุขภาพ แต่สามีและเค้าก็ยังทุกข์อยู่มาก ดิฉันเองก็ไม่สบายใจที่เป็นต้นเหตุและก็ยังคงอยู่เงียบๆ คนเดียวอย่างนี้ ดิฉันเห็นแก่ตัว กระทำบาปมั้ยคะ

- ถ้าดิฉันไม่มีพันธะผูกพัน วันนึงเลือกเริ่มต้นใหม่กับคนใดคนหนึ่ง แต่ขอรักษาความเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันกับอีกคน เพื่อนจริงๆเท่านั้น เป็นสิ่งที่เห็นแก่ตัว ผิดศีลธรรมมั้ยคะ

- ถ้าดิฉันเลือกอยู่คนเดียว แม้สามียอมหรือไม่รู้ยอมหย่า แต่รักษาความเป็นเพื่อน ปรารถนาดีให้กับเค้าทั้งคู่ ไม่เลือกสร้างครอบครัวใหม่อีกแล้ว แต่เค้าทั้งคู่จะทุกข์มากเพราะดิฉัน ดิฉันเห็นแก่ตัว ผิดศีลธรรมมั้ยคะ

สุดท้ายนี้ ดิฉันยังคงใช้เวลาในการไตร่ตรองด้วยตนเอง แต่ช่างสับสนเหลือเกิน อยากได้ธรรมะช่วยดลใจให้ตาสว่าง ไม่กระทำผิดอีก อดีตแก้ไขไม่ได้แล้ว ยอมรับในการชดใช้กรรม อยากทำให้ปัจจุบันดีที่สุด ขอความกรุณาค่ะ

คนเราล้วนมีความอ่อนแอด้วยกันทั้งนั้น บางครั้งจึงพ่ายแพ้ต่อกิเลส ยิ่งมีความรู้สึกโหยหาความรักด้วยแล้ว ก็ง่ายที่จะพลั้งเผลอทำสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อคุณรู้ตัวว่าได้ทำอะไรลงไป และเลิกกระทำสิ่งนั้น ทั้ง ๆ ที่ยังมีใจปรารถนาอยู่ ก็นับว่าน่าชื่นชมและควรแก่การให้กำลังใจเพื่อไม่เผลอทำสิ่งนั้นต่อไปอีก

การที่คุณตระหนักว่าไม่สามารถมีชีวิตคู่กับสามี และอยากอยู่คนเดียวนั้น อาตมาไม่คิดว่าเป็นความเห็นแก่ตัว เพราะคุณคงตระหนักดีว่าหากกลับไปอยู่กับเขาความทุกข์ก็จะเกิดขึ้นแก่ทั้งสองฝ่าย และอาจมีสิ่งไม่ถูกต้องตามมา การป้องกันปัญหาหรือตัดไฟแต่ต้นลมน่าจะเป็นวิธีที่ดีกับทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตามหากวันข้างหน้าคุณพบคนที่คุณคิดว่า “ใช่” และเลือกที่จะอยู่กับเขา โดยที่ทั้งคุณและเขาไม่มีพันธะกับใครอยู่ก่อนแล้ว ก็เป็นสิ่งที่น่าจะกระทำได้ เพราะไม่ใช่เรื่องผิดบาปแต่อย่างใด ส่วนคนก่อนหน้านั้นโดยเฉพาะสามี หากหย่าร้างกันแล้ว คุณยังรักษาความเป็นเพื่อนเอาไว้ ก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำ เพราะจากที่คุณเล่ามาเขาเป็นคนที่ดีกับคุณมาก คุณยังสามารถทำอะไรดี ๆ ให้แก่เขาในฐานะเพื่อนได้ เป็นไปได้ว่าความเป็นเพื่อนอาจช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับเขายั่งยืนก็ได้ คนบางคู่นั้น ตอนคบกันอย่างสามีภรรยา มีความทุกข์อย่างมาก แต่พอเปลี่ยนความสัมพันธ์มาเป็นเพื่อนแล้ว กลับเกื้อกูลกันและสร้างความสุขแก่กันได้ยิ่งกว่าตอนเป็นสามีภรรยาเสียอีก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved