ปุจฉา-วิสัชนา > เลิกกันแต่ยังไม่จบ
กลับหน้าแรก

เลิกกันแต่ยังไม่จบ

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 6 สิงหาคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

หลวงพ่อครับ ผมใคร่อยากไห้หลวงพ่อเทศน์คำสอนให้สัก 2 เรื่อง ครับซึ่งเป็นเรื่องที่หนักใจอยู่ทุกวันนี้

เรื่องที่ 1 การคบเพื่อน เรื่องนี้ไม่ไช่เรื่องของผมโดยตรงครับ แต่มันกระทบต่อผม เรื่องนี้เป็นเรื่องของแฟนเก่าผมครับ ตอนนี้ผมเรียนอยู่ชั้นปี 3 และ แฟนก็เรียนอยู่ชั้นปี 3 เราเลิกกันได้สองเดือนครับ ผมขอเล่ารายละเอียด เกริ่นนิดนึงนะครับ เหตุผลที่เลิก กัน เพราะ เราไม่ค่อย มีความสุขทะเลาะ กันบ่อย โดยประเด็นหลักมันมาจากการที่เขาได้ไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านของผมในช่วง summer ที่ผ่านมา เพราะต้องฝึกงานต่างจังหวัด ที่พักไม่สะดวก จึงทำไห้ผมมองเห็นสิ่งที่เกิด เขาไม่มี ความสุขครับ กับการวางตัวที่บ้านของผม และดูเหมือนเขาไม่ต้องการที่จะปรับตัวอีกแล้ว ผมจึงบอกเลิกกับเธอไป เมื่อการฝึกงานจบครับ อันนี้คือ สาเหตุที่เลิกกัน

งั้นผมเข้าเรื่องเลยนะครับ ตอนนี้แฟนเก่าของผม เขาไม่ค่อยมีเพื่อนในสาขาที่เรียนครับเขาเป็นคนค่อนข้างปิดตัวเอง เขากลัวที่จะคบเพื่อน เพราะเขาคิดว่าคนอื่นต้องมาเอาเปรียบ ไม่ค่อยจะมีไครจริงใจสักเท่าไหร่ครับ ปกติแล้วเขาจะมีเพื่อน ซึ่งคบกันมาตั้งแต่ ม. ปลาย ซึ่งต่างก็ได้ลาออกไปจากมหาลัยบ้าง บางคนก็เวลาเรียนไม่ตรงกัน ทำไห้ไม่ค่อยเจอกันบ้าง เขาจึงเหงาครับ ในช่วงหลัง ๆ นี้ เขาจะไปอยู่กับเพื่อนกลุ่มหนึ่งในคณะครับ ตอนแรกเขาไปอยู่มันก็ดีอยู่ครับ พวกเขาคอยให้กำลังใจดี

แต่ด้วยนิสัยของคนกลุ่มนี้พวกเขาเป็น คนที่ พูด จาแรง ปากเสีย ความคิดความอ่านไม่ค่อยจะปกติ เหมือนคนทั่วไปสักเท่าไหร่ บางครั้งพวกเขาชอบมาโพสบางอย่างใน wall ของแฟนเก่าผม ซึ่งผมก็ได้ติดตาม ซึ่งสิ่งเหล่านั้นล้วนที่ทำเกิดอารมณ์ รุนแรง อาจจะเป็นภาพ หรือ สำนวนโวหาร ที่เขาใช้พวกเขาที่ใช้ด่าคนอื่นในเฟสบุ้คบ้าง เจอคนไม่ชอบใจแล้วก็ทำตัวเป็นนักเลงคีย์บอร์ด พวกเขาค่อนข้างมองโลกไปในด้านลบก็ว่าได้ ส่งผลให้ตอนนี้อยู่ปี 3 แล้ว กลุ่มเขาไม่ค่อยเป็นที่ยอมรับในสังคมส่วนใหญ่สักเท่าไหร่ แฟนเก่าผมเขาบอกผมตลอด เขาไม่ชอบเลยกับเพื่อนที่มีตอนนี้ เขาบอกเขากลัวจะกลายเป็นแบบเพื่อนเขา คือ พูดจาพยาบคาย ชอบพูด จิก คนอื่น ทำตัว แรง (แต่ไม่ได้ แต่งตัว โป๊ หรือ แต่งหน้าจัด) เขาไม่อยากเป็นอย่างนี้เลย เขาเกลียดตัวเอง

หลังจากคบเพื่อนกลุ่มนี้ได้ ไม่นาน ...ตัวผม มีคน มาชอบเป็นรุ่นน้อง ซึ่งโดยเนื้อเรื่องเนื้อความแล้ว จากใจจริงของผมผมไม่ได้สนใจรุ่นน้องคนนี้เลย ไม่ได้ชอบ ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวด้วย แต่พอเรื่องนี้มาถึงหูของแฟนเก่าผม ซึ่งปกติเขาก็เป็นคนคิดมากแล้ว จะคิดซ้ำแต่เรื่องแย่ๆ อยู่เป็นทุนเดิม ทำให้เขาร้อนใจไปกันใหญ่ ส่งผลให้เขาเกลียดแค้นรุ่นน้องพอสมควร

มีวันนึงแฟนเก่าของผมได้เจอกับรุ่นน้องคนนี้ เกิดการมองหน้ากันขึ้น แฟนเก่าของผมเกิดอารมณ์แค้นมาก หลังจากนั้น เข้า class เรียน ตอนบ่ายโมงเขาเข้ามายืนตะคอกผมในชั้นเรียนต่อหน้าเพื่อน เกี่ยวกับเรื่องรุ่นน้องคนนั้น ว่าน้องมองหน้าเขา ...หลังจากนั้น 2 ชั่วโมงเขาก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบเลย เขาจึงไปดักรอหน้าห้องเรียนรุ่นน้องคนนั้น รอ class เลิก ผม จึงรีบตามไปทันที กลัวจะเกิดปัญหา ผมไปทันตอน class เลิกพอดี ตอนนั้นคนออกมาประมาณ 80 คนแล้วครับ อาจารย์ก็กำลังจะออกมา แฟนเก่าผมซึ่งมากับหนึ่งในเพื่อนกลุ่มนั้นก็ พุ่งเข้าหารุ่นน้องคนนั้น โดยที่เพื่อนเขาไม่ได้ห้ามปรามเลยแม้แต่น้อย ณ ขณะ นั้นผมทำได้แต่เพียงรั้งตัวเขาไว้ไม่ไห้เขาไปทำร้ายใคร

ความจริงแก่นของเรื่อง ก็เป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ในวันนั้นมันเป็นอะไรที่ขายหน้ามากครับหลวงพ่อ มีทั้งรุ่นน้อง 80 กว่าคนที่เรียกคณะเดียวกัน และอาจารย์ซึ่งเป็นอาจารย์พิเศษ ที่เชิญมาสอน จาก กทม ทุกคนล้วนแต่จับจ้องดู การกระทำของแฟนเก่าผม เขาไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลย ผมต้องจับกดไว้กับเก้าอี้ที่นั่งอยู่นาน เขาจึงสงบลง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ผม เล็งเห็นแล้วว่ากลุ่มเพื่อนกลุ่มนี้ เป็นบุคคลที่ไม่น่าคบหาเป็นอย่างยิ่ง ล้วนแล้วแต่จะยุยง แง่ร้าย แล้วผมก็ทำอะไรไม่ได้ จึงรอประมาณสัปดาห์ ให้เรื่องเย็นลง ผมจึงได้คุยกับเขาบ้าง เขาจึงเย็นลง เรื่องจึงจบ

หลังจากนั้นหนึ่งเดือน เขาก็มาระบายความทุกข์กับผม เรื่องเพื่อน เขาเหนื่อย เขารู้สึก ว่าเขาทำตัวเหมือนเพื่อนไปทุกวัน เขาไม่อยากเป็นแบบ นี้เลย ผมก็ได้แต่บอกเขาไปว่าทำอะไรต้องมีสตินะ เราต้องเป็นตัวของตัวเอง เขาเป็นอย่างนั้นก็ช่าง เขาเราเฉยๆ เถอะ มีบางครั้งผมก็นำธรรมะไปโพสไว้ ที่หน้า wall facebook ของเขา เช่น อันนี้ครับ http://www.watthummuangna.com/home/community/index.php?topic=2273.0 เป็น link ที่เข้าไปแล้วเป็นคำสอน ของ พระท่าน เกี่ยวกับเรื่อง การพูดจา ครับ แต่ มันก็ไม่ได้ เป็นการทำไห้เขามีความสุขขึ้นเลยครับ

ผมเป็นห่วงเขา เขาก็เป็นห่วงตัวเองครับ ผมใคร่ขอแนวคิดดี ๆ การปฏิบัติตนในสังคมดีเพื่อเป็นการทำให้แฟนเก่าของผมอยู่ในสังคมได้อย่างปกติสุข เหมือนคนอื่นทั่วไปครับ

เรื่อง ที่ 2 ผม เขียนเรื่องแรก จนลืมไปเลย ครับ เดี๋ยวผม จะมาเขียน ต่อเมื่อนึกขึ้นได้ นะครับ หลวงพ่อ
ขอบคุณครับ

แฟนเก่าของคุณยังคงมีความหวงแหนหรือหึงหวงในตัวคุณ จึงแสดงอาการเช่นนั้นกับเพื่อนรุ่นน้องของคุณคนนั้น อาจเป็นเพราะว่าเธอยังรู้สึกเป็นเจ้าของของคุณ จึงรู้สึกว่าเธอกำลังสูญเสียคุณไป ที่จริงลึก ๆ เธอคงอยากได้รับความสำคัญจากคุณมากกว่า ดังนั้นเมื่อเธอเข้าใจว่าคุณมีแฟนใหม่ เธอจึงรู้สึกว่าตัวเองหมดความสำคัญต่อตัวคุณ จึงทำใจไม่ได้ เสมือนว่า "ตัวตน" ถูกกระแทกอย่างแรง

พูดง่าย ๆ เธอคงอยากเป็น somebody อย่างน้อยก็สำหรับคุณ แต่พอนึกว่าตัวเองกำลังจะกลายเป็น nobody จึงทนไม่ได้ หาทางเอาชนะรุ่นน้องคนนั้น ไม่ใช่เพื่อได้คุณกลับมาเท่านั้น แต่เพื่อให้เธอกลับมามีความสำคัญต่อคุณใหม่ ถึงแม้ว่าคุณจะเลิกจากเธอไปแล้วก็ตาม เธอก็ยังคงหวังว่าคุณจะเห็นเธอในสายตาต่อไปไม่มากก็น้อย

ถ้าหากว่าเธอเป็นอย่างที่อาตมาว่าข้างต้น คุณควรบอกให้เธอรู้ว่าคุณยังเป็นเพื่อนของเธออยู่ และมีความปรารถนาดีต่อเธออยู่เสมอ ขณะเดียวกันก็ชี้ชวนให้เธอเห็นว่าคุณค่าและความสำคัญของตัวเธอนั้น ไม่ได้อยู่ที่สายตาของคนอื่น แต่อยู่ที่ตัวเธอเอง คุณค่าที่แท้นั้นมาจาก " ข้างใน " ไม่ใช่มาจากข้างนอกหรือจากคนอื่น ถ้าเธอมีความภาคภูมิใจในตนเอง เช่น ภาคภูมิใจในความดีหรือความสามารถของตน ก็จะพึ่งพาสายตาของคนอื่นน้อยลง แล้วเธอจะมีความสุขได้แม้อยู่คนเดียว

จะว่าไปแล้วเธอคงมีความรู้สึกไม่ดีต่อตัวเอง ขาดความภาคภูมิใจในตนเอง อาจจะถึงขั้นเกลียดตัวเองก็ได้ อาจเป็นเพราะขาดความรัก เลยคดิว่าตัวเองไม่น่ารัก จึงไม่มีความมั่นใจในตนเอง แต่ขณะเดียวกันก็เรียกร้องความรักและความสำคัญจากคนอื่นมาชดเชย

พูดอีกอย่างก็คือ เธอไม่ค่อยรักตัวเอง หรือ " ไม่ค่อยเป็นมิตรกับตัวเอง " เท่าไหร่ จึงไม่อาจมีความสุขเวลาอยู่คนเดียว ต้องแสวงหาเพื่อนทั้งเพื่อหนีตัวเองและเพื่อให้ตนเองเป็นที่ยอมรับของคนอื่น เป็นการเพิ่มความสำคัญให้แก่ตนเอง

หากคุณสามารถช่วยให้เธอหันมารักตนเอง เห็นคุณค่าของตนเองด้วยตัวเธอเอง หรือตระหนักถึงสิ่งดี ๆ ที่เธอมีอยู่ในตัว ก็คงจะเรียกร้องความสำคัญหรือการยอมรับจากคนอื่นน้อยลง และสามารถทำใจยอมรับหากคุณจะมีแฟนใหม่ จะทำอย่างนั้นได้คุณต้องมีความอดทนอดกลั้นต่ออารมณ์ของเธอมากสักหน่อย แต่หากคุณมีความปรารถนาดีมีเมตตาต่อเธอ ก็จะช่วยให้เธอค้นพบคุณค่าของตัวเองได้ในที่สุด แต่ทั้งนี้เพื่อน ๆ คนอื่นก็ต้องให้ความร่วมมือด้วย จึงจะเกิดผลดังที่ว่ามา

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved