ปุจฉา-วิสัชนา > ปวดกายแต่ไม่ปวดใจทำอย่างไร
กลับหน้าแรก

ปวดกายแต่ไม่ปวดใจทำอย่างไร

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 27 กรกฎาคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

ขณะนี้ผมป่วยกล้ามเนื้อ สะโพกอักเสบ ปวดมาก หมอให้ยาแก้ปวดอย่างแรงมา แต่ตอนนี้กินต่อไม่ได้ เพราะมันจะทำลายกระเพาะ จะมีวิธีคิดอย่างไรครับที่ไม่ให้ใจไปเกาะติดกับการปวดครั้งนี้ มันปวดจนนอนไม่ได้เลยครับ

ตอนนี้การวางใจให้ถูกต้องเป็นสิ่งเดียวที่จะช่วยให้คุณคลายความทุกข์จาก ความเจ็บปวด อย่างแรกที่ควรทำ คือ ยอมรับความเจ็บปวดนั้นด้วยใจที่เป็นกลาง คือ ไม่รู้สึกลบ หรืออยากผลักไสความเจ็บปวดนั้นออกไป หากใจรู้สึกเป็นลบเมื่อใด คุณจะทุกข์ใจทันทีเมื่อพบว่าความปวดไม่ยอมหายไปอย่างที่คุณคาดหวัง นอกจากนั้นความรู้สึกลบต่อความปวด ยังทำให้คุณเกิดความโกรธ ซึ่งกลับมาเผาลนหรือทิ่มแทงจิตใจของคุณ ในเมื่อความทุกข์กายยังไม่ยอมหายไป ก็อย่าเพิ่มความทุกข์ใจให้มาซ้ำเติมตัวเอง คุณจะทุกข์หนักขึ้น

ประการต่อมาก็คือ พยายามเอาใจไปจดจ่อสิ่งอื่นแทน หาไม่แล้ว ใจคุณจะไปปักตรึงอยู่ตรงสะโพกหรือจมหายเข้าไปในความเจ็บปวด การสวดมนต์ นั่งสมาธิ ตามลมหายใจ หรือให้ใจมาจดจ่ออยู่กับมือที่พลิกไปมา เป็นวิธีหนึ่งที่จะดึงจิตออกจากความเจ็บปวด การฟังเพลงเบา ๆ ก็ช่วยได้หากว่าคุณยังไม่คุ้นหรือยังไม่นิ่งพอกับการตามลมหายใจ สำหรับการทำสมาธินั้น ใหม่ ๆ ใจยังวอกแวก กลับมาปักตรึงอยู่กับความเจ็บปวดบ่อย ๆ แต่ถ้าทำไปเรื่อย ๆ ก็จะดีขึ้น

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้ก็คือ วิธีการที่เรียกว่า "ผ่อนคลายทั่วสรรพางค์กาย" ได้แก่ การไล่ความรู้สึกลงมาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า โดยทำอย่างช้า ๆ ความรู้สึกลงมาถึงไหน ก็ให้ผ่อนคลาย เช่น เมื่อมาถึงใบหน้า ก็ผ่อนคลายกล้ามเนื้อทุกส่วน ไม่หน้านิ่วคิ้วขมวดหรือกัดฟัน ไล่มาเรื่อย ๆ ถึงต้นคอ หน้าอก ช่องท้อง ต้นขา หัวเข่า ปลายเท้า แล้วก็ไล่มาที่แขนทีละข้าง จนถึงมือ ระหว่างที่ทำก็มีเพลงประกอบเบา ๆ ใหม่ ๆ ถ้ามีคนทำให้คุณ ก็จะดีมาก คือพูดนำให้คุณผ่อนคลายทีละส่วน ๆ ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ปกติกว่าจะไล่ลงมาถึงปลายเท้าก็ใช้เวลาประมาณ ๑๕ นาที แต่หากหาคนทำให้คุณไม่ได้ ก็ลองใช้ซีดีช่วย เครือข่ายพุทธิกา (โทร 02-882-4387) มีซีดีขาย ถ้าคนสนใจก็ติดต่อได้

ที่จริงการเจริญสติก็ช่วยได้มาก คือ การมีสติระลึกรู้ ดูความปวดอยู่ห่าง ๆ โดยไม่เข้าไปเป็น "ผู้ปวด" หรือจมในความปวด แต่คนที่จะทำแบบนี้ได้ก็ต้องมีสติที่ฝึกมาดีแล้ว สำหรับผู้ใหม่ ควรมีสติในการดูรู้ทันอารมณ์ยามเกิดความปวดขึ้น นั่นคือ เห็นอาการของใจที่เกิดโทสะ หงุดหงิด หรือตีโพยตีพายกราดเกรี้ยว ทันทีที่เห็น มันก็จะคลายตัวลง และกลับมาเป็นปกติ แต่ตอนทำใหม่ ๆ คุณคงเห็นอาการเหล่านี้ไม่ชัด และมักปล่อยใจให้โกรธเกรี้ยวหรือรู้สึกลบต่อความปวด แต่ถ้าทำบ่อย ๆ ก็จะเห็นอาการเหล่านี้ไวขึ้น จนจิตกลับมาเป็นปกติได้ เพียงแค่ใจกลับมาเป็นปกติ ไม่เป็นลบ หรือเป็นทุกข์ ก็ช่วยได้มากแล้ว เพราะส่วนใหญ่ไม่เพียงปวดกายเท่านั้น ใจก็ปวดหรือเป็นทุกข์ด้วย

อาจพูดได้ว่า หากความทุกข์เท่ากับ ๑๐๐ ความปวดกายก็แค่ ๓๓ เท่านั้น ที่เหลือคือความปวดใจแต่หากใจกลับมาเป็นปกติได้ ทุกข์ที่เคยเต็มร้อยก็จะเหลือแค่ ๑ ใน ๓ เท่านั้น ดังนั้นจึงควรให้ความสำคัญกับการทำใจให้หายปวด ปวดกายแต่ไม่ปวดใจนั้นทำได้ ขอให้คุณมีความเพียรในการวางใจดังที่อาตมาแนะนำมา ก็จะช่วยคุณได้มาก

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved