ปุจฉา-วิสัชนา > เมื่อพ่อก่อปัญหา จากการพนัน
กลับหน้าแรก

เมื่อพ่อก่อปัญหา จากการพนัน

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 28 เมษายน 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการค่ะพระอาจารย์ หนูมีเรื่องทุกข์ใจอย่างหนักไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร และไม่รู้จะเริ่มต้นที่ตรงไหนค่ะ จึงอยากจะเรียนปรึกษาพระจารย์ค่ะ

หนูเป็นลูกสาวคนเดียวค่ะ ครอบครัวเรามีกันสามคนพ่อ แม่และก็หนู ..พื้นฐานครอบครัวเท่าที่รู้ก็คือ แม่หนูเป็นลูกสาวคนโต ครอบครัวตายายค่อนข้างมีฐานะค่ะ เพราะฉะนั้นตายายเค้าก็อยากจะให้ลูกสาวแต่งงานกับคนดี ๆ ซึ่งพ่อของหนูก็เข้ามาจีบแม่โดยเข้าทางตายายมาช่วยงานกิจการที่บ้านตายาย จนตายายรักและประทับใจ ก็เลยให้แม่หนูแต่งงานกับพ่อค่ะ สำหรับพ่อมาจากครอบครัวที่ค่อนข้างยากจน ซึ่งพ่อก็เป็นชายคนโตและเป็นคนเดียวในบ้านที่ได้เรียนหนังสือ ตอนนี้พ่อก็มีตำแหน่งหน้าที่ในทางราชการที่สูงมากค่ะ เงินเดือนรายได้ก็เกือบ ๆ เจ็ดหมื่นบาท แม่ของหนูก็เป็นข้าราชการเงิน ๆ ไล่เลี่ยกันค่ะ พ่อแม่หนูแต่งงานกันโดยความเห็นชอบของผู้ใหญ่ค่ะ

ตั้งแต่เท่าที่หนูจำความได้ พ่อของหนูชอบเล่นการพนัน โดยเฉพาะซื้อหวยและเล่นไพ่ในกลุ่มเพื่อน ๆ และไม่ได้เล่นเป็นงานคลายเครียดอะไรหรอกนะคะ เท่าที่หนูรู้ก็คือ แอบเล่นอยู่บ่อย ๆ ความจะแตกประมาณทุก ๆ สองหรือสามปี เพราะจะมีเจ้าหนี้มาทวงที่บ้าน หรือไม่แม่ก็จะเจอหนังสือทวงต่าง ๆ ที่เล็ดลอดมา บางทีพ่อก็เก็บไม่หมดค่ะ ครั้งแรกที่หนูพอจะรู้ คือ ตอนเมื่อตอนหนูอยู่ป.4 (ตอนนี้หนูอายุ 27 ปีค่ะ) พ่อเป็นหนี้ไปล้านกว่าบาท ตอนนั้นญาติทางแม่เค้าสงสารแม่รอบรวมเงินกันช่วยใช้หนี้จนหมด ครั้งต่อมาตอนหนูอยู่ป.6 ก็เกือบ ๆ สองล้านบาท คราวนี้ไม่รบกวนใคร แม่ขายที่ดินเพื่อใช้ที่ให้พ่อค่ะ ต่อตอนหนูอยู่ม.3 ค่ะ ยายประมาณให้สร้อยคอทองคำหนักยี่สิบให้แม่ พ่อแอบเอาสร้อยของยายไปจำนำเพื่อเล่นการพนัน แม่มารู้ก็ตอนหาสร้อยแล้วหาไม่เจอซึ่งก็เป็นหนี้ล้านกว่าบาท อีกทีก็ตอนหนูอยู่ม.5 ครั้งหนี้เยอะมากเกือบสามล้านบาท พ่อเอาที่ดินไปขายฝากไว้ค่ะ ตาหนูรู้ก็ตามไปไถ่ถอนมาให้คืน ตอนหนูเรียนอยู่ปี 2 ก็ล้านกว่าบาท และเมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคมแม่ก็มารู้ว่าพ่อสร้างหนี้ไว้อีกล้านกว่าบาทค่ะ ที่พูดมาคือเท่าที่หนูรู้นะคะ เพราะหนูรู้ว่าบางทีแม่ก็ปิดหนู เพราะไม่อยากให้หนูไม่สบายใจค่ะ

ทุกครั้งที่เรารู้เรื่อง แม่ก็จะพูดคุยกับพ่อว่าทำไมถึงทำ พ่อก็บอกว่ากดดันที่แม่จู้จี้ ขี้บ่น คลายเครียดบ้างล่ะ อยากรวยบ้างล่ะ แม่กับพ่อเคยแยกกันอยู่ตอนที่หนูอยู่ม.5 ที่พ่อก่อหนี้สามล้านกว่าบาทนั่นแหละค่ะ ตอนนั้นพ่อกลับไปอยู่บ้านย่า หนูเห็นแล้วหนูก็สงสารพ่อ เพราะอยู่กับแม่และหนู แม่กับหนูก็คอยดูแล ไปอยู่ที่นั่นพ่อปล่อยเนื้อปล่อยตัว โทรม ๆ วัน ๆ นั่งอมพงำไม่พูดจา (แม้แม่จะแยกกับพ่อ แต่หนูยังไปมาหาสู่พ่อและย่าอยู่ค่ะ คอยซื้อกับข้าว ของใช้ส่วนตัวไปให้อยู่เรื่อย ๆ ย่าหนูก็อายุมากแล้วท่านก็กังวลและคิดมากค่ะ) พอหนูต้องไปเรียนมหาลัยที่ต่างจังหวัดก็เลยพูดกับแม่และให้พ่อมาอยู่กับแม่ตามเดิม พ่อมาก็มาค่ะ แต่พ่อก็ยังเลิกสิ่งที่เคยทำไม่ได้

แม่อดทนมากนะคะ แม่บอกว่ากลัวหนูเป็นปมด้อย แม่ไม่บ่น ไม่ตาม ไม่ซัก ไม่ถามพ่อ แต่ยังดูแลพ่อเหมือนเดิม หนี้ของพ่อแม่ก็กู้ยืมมาช่วยใช้หนี้ตลอด แต่หลัง ๆ พ่อเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น โมโห โดยเฉพาะวันที่เสียพนัน มาลงกับแม่และหนู บ่อยครั้งที่ตะโกนเสียงดัง กรี๊ดร้องเหมือนในละครเลยค่ะ หนูกลับมาบ้านสงกรานต์คราวนี้หนูก็โดนไปแล้ว (ตอนนี้หนูทำงานที่กรุงเทพค่ะ) พ่อเปลี่ยนไปมากค่ะพระอาจารย์

เมื่อก่อนที่เมื่อเรื่องราวเหล่านี้ญาติ ๆ ทั้งสองฝ่ายจะรับรู้ แต่บ่อยครั้งเข้าแม่เลือกที่จะเก็บมันคนเดียวไว้ เพราะไม่อยากรบกวนใคร แม่ทำทุกทางค่ะ หนูจำได้ตอนหนูอยู่ประถมว่าเมื่อฤดูฝน ไม่มีเงินซื้อกับข้าว แม่หนูไปใส่เบ็ดเพื่อให้หนูมีปลากิน แม่ปลูกผักกินเอง เรียกได้ว่าไม่มีเงินแต่แม่หนูพยายามเลี้ยงปากท้องเราสามคนให้มีอยู่มีกิน

พ่อเค้าก็ดีเป็นพัก ๆ ค่ะ สักหน่อยก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม ญาติทางพ่อพอเค้ารู้ว่าพ่อทำอีกแล้ว เค้าก็ต่อว่า แต่ทุกอย่างก็เหมือนเดิมค่ะ บอกให้ย่ารับรู้ให้พ่อขอขมาย่าให้ย่าสั่งสอน แต่ทุกครั้งก็เหมือนเดิมค่ะ

หนูพยายามให้พ่อกับแม่เปิดอกคุย ว่าปัญหาอยู่ตรงไหน ต่างฝ่ายก็ต่างพูดค่ะ ที่หนูเห็นคือแม่ก็ปรับมาก ๆ ไม่ห้าม ไม่ถาม ไม่ซัก (ครั้ง ๆ แรกที่เจอปัญหานี้ ยอมรับค่ะว่าเข้าไปควมคุมด้านการเงิน) หลัง ๆ แม่ก็เลยให้พ่อบริหารจัดการเอง ซึ่งในมันก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ แต่ในเมื่อพ่อขอแบบนั้นแม่ก็ยอมค่ะ หนูลืมบอกไปค่ะว่า พ่อเค้าถูกเลี้ยงดูมาแบบตามใจตั้งแต่เด็ก ไม่ค่อยได้รับผิดชอบอะไร (เรื่องนี้ทั้งป้าและอาเค้าก็ยอมรับกับหนูค่ะ) แต่เรียนดี และค่อนข้างจะใจใหญ่ชอบเลี้ยงเพื่อน ๆ มาตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันนี้ก็ยังเป็นค่ะ พ่อชอบเข้าสังคม บางทีเงินไม่มีหรอกค่ะ แต่กับเพื่อนพ่อไม่เคยปฏิเสธ หนูเองเคยถามอาและป้าว่าพ่อเป็นแบบนี้ได้ยังไง อากับป้าก็เล่าให้ฟังว่าชอบเล่นการพนันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้วล่ะ ย่าก็รู้บ้างไม่รู้บ้าง เพราะลูก ๆ ไม่อยากให้ย่าเสียใจ (ปู่เสียไปตั้งแต่พ่อเป็นวัยรุ่น)

เมื่อวันก่อน พ่อก็สารภาพกับหนูว่าสร้างหนี้ไว้ล้านกว่าบาท (แม่ไม่ได้เล่าให้หนูฟัง) แต่พ่อก็บอกว่าพ่อจะเลิกเล่นการพนันจริง ๆ แล้วนะคราวนี้ หนี้จำนวนนี้พ่อจะรับผิดชอบเอง จะกู้ยืมจากหลาย ๆ ที่มาเคลียร์หนี้นอกระบบ และบอกกับหนูว่าไม่ต้องห่วงหรอก หนี้ทั้งหมดแม้พ่อตายไปก็ไม่เป็นภาระแก่ใคร พ่อทำประกัน มีเงินสวัสดิการพอที่จะไม่ทำให้หนูลำบาก

พระอาจารย์ค่ะหนูฟังก็ได้แต่ถอนหายใจ พูดอะไรไม่ออก น้ำตาไหลอยู่เป็นชั่วโมง ทั้งสงสารแม่ รักพ่อก็รัก แต่อีกใจหนึ่งหนูก็โกรธว่าทำไมต้องทำแบบนี้ซ้ำ ๆ ทำไมไม่รู้ผิดชอบบ้างนะ

พอตั้งสติได้หนูก็เลยถามพ่อว่าบอกหนูหน่อยได้ไหม ทำไมพ่อถึงต้องทำอะไรแบบนี้ด้วย คำถามก็คือ พ่ออยากรวย อยากมีเงินเยอะ อยากเอาเงินพวกนี้ไปช่วยญาติ ๆ ของพ่อ และที่สำคัญ คือ ครอบครัวแม่เค้าดูถูกพ่อ ..หนูฟังแล้วหนูก็อึ้ง ได้แต่คิดในใจว่ามันใช่เหรอ ...หนูก็เลยบอกว่าสิ่งที่พ่อทำมันไม่ถูกหรอก การพนันไม่เคยทำให้ใครรวย พ่อก็เคยลองมาหลายครั้งมันก็ไม่ดีขึ้น หนูไม่ได้ต้องการเงินหรือทรัพย์สมบัติพ่อเลยสักอย่าง แต่หนูอยากให้พ่อมีชีวิตสงบสุข สุขสบายในบั้นปลายชีวิตมากกว่า หนูไม่ได้ต้องการอะไรเลย และที่พ่อบอกว่าอยากช่วยเหลือญาติ ๆ หนูก็บอกพ่อไปว่า เราไม่สามารถจะช่วยใครได้ตลอดหรอก เราต้องสอนให้เค้าช่วยตัวเองด้วย เราจะอุ้มเค้าไปตลอดไม่ได้ ทุกคนโตแล้วก็ต้องรับผิดชอบตัวเองทั้งนั้น ... พ่อก็บอกว่าเข้าใจและจะเลิกเด็ดขาด แต่ห้ามหนูกับแม่พูดเรื่องสิ่งที่พ่อทำอีก ถ้ามีใครคนใดคนหนึ่งพูด พ่อจะถือว่าตอกย้ำความผิดของพ่อ พ่อจะฆ่าตัวตาย ...พอหนูฟังหนูรับไม่ได้กับความคิดนี้ หนูก็เลยบอกว่าว่ามันบาป และอย่าทำเลย พ่อทำอย่างนั้นไม่มีอะไรดีขึ้นหรอก ถ้าอยากให้ดีขึ้นก็ง่าย ๆ คือพ่อก็แค่หยุดทุกอย่าง เรื่องหนี้สินเดี๋ยมันก็ค่อย ๆ คลี่คลายไปเอง

หนูเหนื่อยใจมากค่ะพระอาจารย์ ทั้งสงสารแม่ที่ต้องเจออะไรซ้ำ ๆ สงสารพ่อที่พ่อทำร้ายตัวเองแบบนี้ ...วันนี้เองพ่อออกไปข้างนอกแต่เช้าพอกลับบานมาหนูถามพ่อ พ่อก็หงุดหงุดตวาดหนูเสียงดังลั่นบ้านไม่รู้ว่าเจออะไรมา บอกว่าหนูกับแม่ก็นิสัยเหมือนกัน เค้าจะฆ่าตัวตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย ก็บอกแล้วอย่ายุ่ง หนูตกใจและร้องไห้ค่ะ แม่เห็นอย่างนั้นก็ก็ปลอบและบอกว่าอย่าใส่เค้าเลย แม่เจอบ่อย ๆ และอดทนมากหนู แม่ร้องไห้กับหนู หนูเห็นแม่ไม่สบายใจและคิดมาก หนูก็เลยเข้าไปพูดขอโทษพ่อว่า ถ้าหนูทำอะไรให้พ่อไม่สบายใจหนูขอโทษ ...หนูพยายามแล้วค่ะ แต่พ่อกลับตอบมาว่าไม่ต้องมายุ่ง ไม่ต้องวุ่นวาย อยากทำอะไรก็เชิญ ...แม่บอกหนูว่าปล่อยเค้าไป ไม่ต้องใส่ใจ ...หนูสงสารแม่จับใจค่ะพระอาจารย์ แม่บอกว่าแม่จะทนเพื่อให้หนูมีพ่อ หนูหลุดปากกับแม่ไปว่า แม่ไม่ต้องทน แม่เจ็บมากกว่าหนูหลายพันเท่า แต่แม่เค้ายืนยันว่าแม่ทนได้ หนูไม่รู้จะต้องทำยังไงให้อะไร ๆ มันดีขึ้นค่ะพระอาจารย์

หนูอยากเห็นพ่อเค้ากลับตัวกลับใจ สิ่งที่แล้วมาก็แล้วไป หนูไม่ติดใจค่ะ และหนูก็อยากให้พ่อเปลี่ยนทัศนะคติเสียใหม่ ไม่ต้องโทษใคร มีแนวคิดที่ถูกต้อง ยังไงหนูก็รักผู้ชายคนนี้ค่ะพระอาจารย์ไม่ว่าพ่อจะเป็นยังไง และหนูก็อยากเห็นแม่มีความสุขค่ะ

รบกวนพระอาจารย์ช่วยชี้แนะแนวทางให้หนูด้วยนะคะ ..และหากจะตอบผ่านหน้า fanpage เพื่อเป็นแนวทางให้แก่ท่านอื่น ๆ ที่ประสบปัญหาอย่างเดียวกัน(หากมี)หนูก็ยินดีอย่างยิ่งค่ะ หนูรบกวนสงวนชื่อที่ใช้ในเฟสบุคด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ

 

ฟังดูแล้ว คุณพ่อคุณไม่ได้มีแค่ปัญหาติดการพนัน แต่ยังมีอีกปัญหาหนึ่งซึ่งเกี่ยวพันกันมาก คือ ความรู้สึกด้อยที่ตัวเองต้องตกเป็นภาระให้คนอื่นคอยช่วยเหลือ และมีภาพลักษณ์ที่ตกต่ำในสายตาของฝ่ายแม่ของคุณ (และอาจรวมถึงสายตาของคนอื่นในที่ทำงานด้วย) อันเป็นผลจากการติดพนันจนเป็นหนี้สินมากมาย คุณพ่อคุณคิดว่าหากตนเองร่ำรวย มีฐานะการเงินที่มั่นคง ก็จะเป็นที่นับหน้าถือตาหรือได้รับการยอมรับจากผู้คน จึงฝากความหวังไว้กับการพนันเพราะเชื่อว่าจะทำให้ตนมีโอกาสร่ำรวยสมใจในเวลาอันรวดเร็ว แต่นั่นกลับทำให้ตนเองเป็นหนี้สินมากขึ้น สถานภาพตกต่ำลง และรู้สึกแย่กับตัวเองมากขึ้น ทำให้หันเข้าหาการพนันหนักกว่าเดิม ผลก็คือถลำลึกในวัฏจักรแห่งปัญหา

ลำพังพฤติกรรมการพนันที่สั่งสมมาตั้งแต่วัยรุ่นก็ทำให้เลิกพนันยากอยู่แล้ว ยังมีความรู้สึกด้อยมาซ้ำเติมอีก ก็ทำให้ติดพนันหนักขึ้น อันที่จริงผู้ที่เป็นข้าราชการระดับสูง เพียงแค่พออยู่พอกิน ไม่ร่ำรวย ก็คงรู้สึกว่าด้อยกว่าเพื่อนข้าราชการด้วยกันที่ร่ำรวยอยู่แล้ว ยิ่งมามีหนี้สินก้อนใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ยิ่งรู้สึกแย่มากขึ้น ทำให้เห็นการพนันเป็นทางออกที่จะช่วยกอบกู้หน้าตาหรือสถานภาพให้แก่ตนเอง ซึ่งนอกจากเป็นความหวังลม ๆ แล้ง ๆ แล้ว ยังทำให้ปัญหาเลวร้ายกว่าเดิม

สิ่งที่จะช่วยให้ผู้คนถอนตัวจากการพนันก็คือ ความตระหนักว่าการพนันไม่ใช่ทางออก และหยุดฝากความหวังไว้กับการพนัน อย่างไรก็ตามสำหรับคนที่เล่นพนันมานานหลายสิบปี ถ้าจะตระหนักถึงความจริงข้อนี้ ก็คงตระหนักได้ไปนานแล้ว แต่ที่ยังตระหนักไม่ได้ก็เพราะยังมีความหวังอยู่ว่าสักวันหนึ่งจะมีโชค แม้ความหวังนั้นจะริบหรี่หรือมีเปอร์เซ็นต์น้อยก็ตาม ใช่แต่เท่านั้นธรรมดาของคนเรา ไม่ชอบการสูญเสีย ดังนั้นยิ่งเสียมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอยากจะแก้มือเอาคืนให้ได้ จึงต้องโถมเข้าหาการพนันไม่ยอมเลิก

แม้กระนั้นอาตมาคิดว่าสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถช่วยคุณพ่อได้ก็คือ ช่วยคลายความรู้สึกด้อยของท่าน คือทำให้ท่านเห็นว่าแม้ไม่ร่ำรวยก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย เพราะคุณค่าของคนไม่ได้อยู่ที่ทรัพย์สินเงินทอง ส่วนความผิดพลาดในอดีตตลอดจนหนี้สินที่เคยสร้างมา ก็เป็นอดีตที่ผ่านไปแล้ว ท่านสามารถตั้งต้นใหม่ ด้วยการกลับมาทำความดี รับผิดชอบต่อหน้าที่การงานรวมทั้งครอบครัว นอกจากนั้นคุณควรทำให้ท่านตระหนักว่าท่านยังเป็นพ่อที่มีคุณค่าต่อลูก เป็นสามีที่มีคุณค่าต่อภรรยา จึงไม่ควรรู้สึกต่ำต้อยด้อยค่าที่ไม่ร่ำรวยเหมือนคนอื่น

เรื่องนี้คุณคงทำคนเดียวไม่ไหว ควรขอความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ฝ่ายคุณพ่อด้วย คือ คุณป้าและคุณอา เพื่อให้ท่านมีกำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขณะเดียวกันความร่วมมือจากผู้ใหญ่ฝ่ายคุณแม่ก็สำคัญ เพราะสายตาของท่านเหล่านั้นมีผลต่อความรู้สึกด้อยของคุณพ่อคุณด้วย หากท่านเหล่านั้นให้การยอมรับคุณพ่อคุณมากขึ้น หรือมองในแง่ลบน้อยลง ก็ย่อมช่วยลดแรงผลักที่ทำให้ท่านอยากรวยจนต้องไปพึ่งการพนัน ที่จริงเพื่อน ๆ ในที่ทำงานของคุณพ่อ ก็น่าจะช่วยได้เหมือนกัน ทั้งในแง่การเตือนสติเกี่ยวกับการพนันและการให้กำลังใจในการเริ่มต้นชีวิตใหม่และการมองตนเองในทางบวกมากขึ้นโดยไม่เอาความร่ำรวยเป็นสรณะ

อาตมาคิดว่า หนี้สินส่วนหนึ่งของคุณพ่อคุณอาจจะมาจากการหยิบยืมเงินไปช่วยเหลือญาติพี่น้องของท่าน อาจเป็นเพราะเขาเหล่านั้นเห็นว่าคุณพ่อคุณเป็นข้าราชการผู้ใหญ่อยู่ในสถานะที่จะช่วยเหลือเขาได้ อีกทั้งคุณพ่อคุณเป็นคนใจใหญ่ และอยากได้รับความยอมรับจากญาติพี่น้อง จึงไม่กล้าปฏิเสธเขา เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์ของตน ตรงนี้คุณคงช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่ผู้ใหญ่ฝ่ายคุณพ่ออาจจะช่วยได้

ที่ว่ามานี้เป็นเรื่องการช่วยเหลือคุณพ่อของคุณ แต่ตัวคุณเองก็อย่าลืมดูแลจิตใจของตัวเองด้วย หาไม่จะทุกข์ร้อนจนไม่เป็นอันทำอะไร ควรจะมีสติ อย่าวิตกกังวลจนเกินเหตุและอย่าปล่อยให้ความโกรธเกลียดเผาลนจิตใจ รู้จักปล่อยวางเรื่องนี้บ้าง เช่น เวลาทำงานใจก็จดจ่อกับงาน อย่าเอาปัญหาของพ่อมารบกวนจิตใจ หาไม่แล้วชีวิตและงานของคุณก็จะตกต่ำ กลายเป็นว่า ช่วยพ่อไม่ได้แล้ว ตัวเองก็ยังย่ำแย่ตามไปด้วย คนที่จะทุกข์ที่สุดก็คือคุณแม่ของคุณ พึงระลึกว่า ที่คุณแม่อดทนอย่างหนักมาหลายปีก็เพื่อคุณ ดังนั้นคุณจึงอย่าทำให้ท่านผิดหวังหรือรู้สึกว่าที่ท่านอดทนมาทั้งหมดนั้นเปล่าประโยชน์อย่างสิ้นเชิง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved