ปุจฉา-วิสัชนา > ความสัมพันธ์ > แค้นเพื่อนและเจ้านายเพราะอดไปดูงาน
กลับหน้าแรก

แค้นเพื่อนและเจ้านายเพราะอดไปดูงาน

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 25 มีนาคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

กราบนมัสการพระอาจารย์เจ้าคะ อยากขออนุญาตเรียนปรึกษาเรื่องการจัดการกับความโกรธ ความแค้นเจ้าคะ พอดีดิฉันได้รับคำสั่งให้ไปอบรมดูงานที่อยากไปมาก ๆ จนกระทั่งเตรียมเก็บกระเป๋าแล้วเลยไปเล่าให้เพื่อนคนหนึ่งฟัง พอสาย ๆ หัวหน้าโทรมาแจ้งว่าให้เพื่อนคนนั้นไปแทนแบบไม่ทันตั้งตัว รู้สึกโกรธหัวหน้า โกรธเพื่อนคนนั้น เพราะเราไว้ใจและสนิทเล่าให้ฟังจึงเกิดปัญหา อีกทั้งหนังสือราชการก็ออกมาแล้วแต่คำสั่งกลับเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ ทั้งโกรธ ทั้งแค้น ทั้งเสียใจที่ตนเองไม่น่าไปเล่าให้คนนั้นฟังเลย เคยปฎิบัติธรรมมาบ้างก็ทราบว่าต้องปล่อยวางและให้อภัยแต่ พอนึกถึงทีไร ความรู้สึกลบ ๆ เหล่านี้ก็ลอยมาทุกทีและบ่อยมาก ๆ ทราบว่ายิ่งคิดยิ่งแค้นตนเองยิ่งจะเจ็บแต่ความรู้สึกเหล่านี้ก็เวียนมาเรื่อย ๆ รู้สึกหมดศรัทธาในหัวหน้า เกลียดเพือนคนนั้น แค้นด้วยเจ้าคะ ควรทำอย่างไรหนอจึงจะให้อภัยเขาเหล่านั้นได้ ตามทฤษฎีคือต้องให้อภัยแต่ใจนั้นทำยากนัก ยิ่งคิดยิ่งเกลียดยิ่งแค้นเจ้าคะ ขอความเมตตาจากพระอาจารย์ช่วยแนะนำเผื่อว่าดิฉันจะได้ตาสว่างละความคิดเหล่านี้ได้บ้างเจ้าคะ รู้สึกผิดหวังกับโชคชะตาด้วยเจ้าคะช่างเล่นตลกเหลือเกิน

 

อยากให้คุณมองแบบนี้ดูบ้างว่า การที่คุณไม่ได้ไปดูงาน ก็ถือว่าเสียไป ๑ อย่างแล้ว หากคุณโกรธใครต่อใครเพราะเรื่องนี้อีกด้วย ก็เท่ากับว่าคุณเสีย ๒ อย่างเลย ไหน ๆ จะเสียแล้ว ก็เสียแค่อย่างเดียวไม่ดีกว่าหรือ ทำไมจะต้องซ้ำเติมตัวเองด้วยการเสีย ๒ อย่าง คือเสียทั้งโอกาสดูงาน และเสียความสุขที่เคยมี

การที่คุณไม่ได้ไปดูงานนั้น เกิดจากการกระทำของคนอื่น แต่การเสียความสุขเพราะโกรธคนอื่นนั้น เกิดจากตัวคุณเอง หรือพูดให้ถูก คือเกิดจากใจที่ยึดติดถือมั่น (ยังนึกเสียดายโอกาสที่หลุดลอยไป และจ่อมจมอยู่กับหัวหน้าและเพื่อนคนนั้น) คนอื่นนั้นเพียงแค่ขัดขวางไม่ให้คุณได้ไปสถานที่ที่อยากไป แต่เขาไม่สามารถยัดเยียดความทุกข์หรือขโมยความสุขไปจากคุณได้ มีสิ่งเดียวที่ทำลายความสุขของคุณ ก็คือใจที่วางไม่ถูกต้อง

อย่าซ้ำเติมตัวเองด้วยการเอาความโกรธแค้นมาเผาลนจิตใจตนเอง ยิ่งคุณโกรธมากเท่าไร คนที่เดือดร้อนก่อนใครและมากกว่าใครก็คือคุณ ส่วนหัวหน้าหรือเพื่อนนั้น เขาไม่เดือดร้อนอะไรด้วย ถ้าคุณรักตนเองจริง ๆ ก็ควรวางความโกรธลงเสีย เวลาใจหวนไปคิดถึงเหตุการณ์นั้น ๆ หรือคน ๆ นั้น ก็อย่าปล่อยใจไปตามความคิด รู้ทันแล้วพาใจกลับมาอยู่กับปัจจุบัน พยายามจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำอยู่ สติและความรู้ตัวจะช่วยให้คุณไม่ตกเป็นทาสของความคิดปรุงแต่งและอารมณ์ได้

เหตุการณ์นี้มองให้ดีก็มีประโยชน์ อย่างน้อยก็ทำให้คุณรู้จักเจ้านายและเพื่อนคนนั้นในอีกแง่มุมหนึ่งได้ชัดขึ้น ทำให้คุณรู้ว่าควรจะคาดหวังจากเขาแค่ไหน อย่างไรก็ตาม ควรตระหนักว่าคนเรานั้นมีจุดอ่อนและข้อผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ขณะเดียวกันเขาก็มีความดีอยู่ด้วย อย่าให้จุดอ่อนหรือความผิดพลาดนั้นบดบังความดีของเขาจนหมด ควรมองเห็นเขาตามความเป็นจริง

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งที่ตอนนี้คุณอาจมองไม่เห็นแต่วันหน้าอาจจะเห็น ก็คือ การเจอความผิดหวังนั้นทำให้คุณมีภูมิต้านทานความผิดหวังได้มากขึ้น คนเราถ้าไม่เจอความผิดหวังเลย จะขาดภูมิต้านทานชนิดนี้ วันดีคืนดี เจอความผิดหวังเข้า ก็อาจเสียศูนย์ไปเลย วันนี้คุณผิดหวังที่ไม่ได้ไปสถานที่อยากไป แต่ในอนาคตคุณจะเจอความผิดหวังที่ยิ่งกว่านี้ ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นวันนี้อาจช่วยให้คุณรับมือกับความผิดหวังในวันข้างหน้าได้ดีขึ้น

จะมองว่าเหตุการณ์วันนี้เป็นบททดสอบที่จะช่วยฝึกใจให้คุณให้เข้มแข็งและฉลาดขึ้นก็ได้ อย่าลืมว่าสถานที่คุณอยากไปนั้น วันนี้ไม่ได้ไป แต่วันหน้ายังมีโอกาสไป แต่เหตุการณ์บางอย่างที่คุณต้องเจอในวันหน้านั้น เสียแล้วก็เสียเลย ไม่มีโอกาสหาใหม่ จากกันแล้วก็จากเลย ไม่มีโอกาสพบกันใหม่ เช่น การสูญเสียคนรัก

ดังนั้นหากวันนี้คุณยังทำใจไม่ได้กับการพลาดโอกาสไปสถานที่นั้น ๆ วันหน้าเมื่อคุณเจอเหตุการณ์ที่หนักกว่านั้น คุณจะทำอย่างไร ดังนั้นจึงควรมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ว่าเป็นบททดสอบที่ฝึกใจคุณ เพื่อพร้อมรับมือกับความผิดหวังครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved