ปุจฉา-วิสัชนา > การดำเนินชีวิต > เจริญมรณสติให้ถูกทาง
กลับหน้าแรก

เจริญมรณสติให้ถูกทาง

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 24 มีนาคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

ช่วงที่ผ่านมา ผมอ่านศึกษาธรรมะด้วยตัวเองมาโดยตลอด ธรรมะช่วยให้ผมปล่อยวางจากความทุกข์ และทำให้มีความสุข สงบ สบาย ใจ แต่เมื่อไม่นานมานี้ ผมมีความคิดในเชิงมรณานุสติบ่อยมาก แต่ก่อนก็รู้ว่าซักวันตัวเองต้องตาย และทุกคนต้องตาย แต่ก็เหมือนไม่ได้มีผลกับชีวิตอะไร ใช้ชีวิตร่าเริงสุขทุกข์ไปในแต่ละวันตามปกติ แต่เมื่อตระหนักเข้าเรื่องความตาย และความเป็นอนิจจังของทุกสิ่งรอบตัวมากขึ้นและบ่อยเข้า แทนที่จะทำให้เกิดความปล่อยวางอย่างเดียว กลับมีความหดหู่เศร้าสร้อย และเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตและกิจกรรมที่ตัวเองทำในหลายๆอย่าง ทำให้การใช้ชีวิตจึงไม่ได้เป็นไปอย่างธรรมชาติ

ช่วงแรกที่เป็น รู้สึกเครียดมากและรู้สึกว่าชีวิตเป็นเรื่องไร้สาระ อยู่ไปก็เท่านั้น อยากหนีไปให้พ้นๆ แต่ตอนนี้ได้ตระหนักแล้วว่า การจบชีวิตไม่ใช่ทางเลือก แต่ขอให้หมดอายุขัยไปตามธรรมชาติ หรือด้วยปัจจัยอื่นๆไม่ว่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุ หรือการเจ็บไข้ได้ป่วย แต่กระนั้น ก็ยังมีเสียงเล็กๆอยู่ในหัวขึ้นมาบ้างว่า จะอยู่ จะทำอะไรไปทำไม เดี๋ยวก็ตายอยู่ดี ทำไปก็เท่านั้น แต่ขณะเดียวกันก็จะมีอีกเสียงหนึ่งว่า เราต้องอยู่เพื่อดูแลแม่ ดูแลพ่อ อยู่เป็นเพื่อนท่าน อยู่เป็นเพื่อนกับเพื่อนคนอื่นๆ ที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย เหมือนกัน เราสามารถสร้างประโยชน์ให้สังคม ช่วยเหลือคนอื่นๆได้อีกหลายอย่าง แต่ก่อนไม่เคยต้องคิดอะไรแบบนี้ ก็อยู่ได้อย่างสบายๆมีความสุข แต่ตอนนี้ ดูเหมือนต้องใช้เหตุผลมาคอยประคับประคองตัวเองให้มีชีวิตอยู่ให้ได้ จะทำอะไรซักอย่าง จะพูดอะไรกับใคร ก็ดูเหมือนต้องมีเหตุผลไปเกือบทุกอย่าง สิ่งที่เคยสนุกเคยสนใจโดยปกติ ก็ดูเหมือนจะไม่ตรึงความสนใจได้เหมือนแต่ก่อน รู้สึกเหมือนตัวเองงงๆ ลอยๆ หวิวๆ

อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ผมไม่มีความสุขเหมือนเคยครับ รู้สึกเหมือนมีก้อนความเศร้าจุกอยู่ในอกเกือบตลอดเวลา และมีความคิดเกี่ยวกับชีวิตขึ้นมาเป็นระยะๆ โดยเฉพาะเวลาตื่นนอน แต่ก็พยายามไม่ไปกังวลถึงมัน และพยายามใช้ชีวิตไปตามปกติที่สุด พยายามทำตัวให้ดี ทำหน้าที่ของเราเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด และยอมรับในความเศร้าและความสงสัยเกี่ยวกับชีวิตที่หนักอยู่ในอก ให้มันอยู่กับเราได้ โดยไม่ได้พยายามผลักไสมันมากนัก พยายามดูแลตัวเอง และไม่พยายามทำให้ใครเดือดร้อนจากภาวะนี้ของผม

แต่ผมก็สงสัยว่า ความเศร้าที่มีอยู่ในตัวผมนี้ มันจะหายไปหรือไม่ครับท่าน หรือเป็นเพราะผมมีร่างกายที่ไม่แข็งแรง และมีแนวโน้มที่จะมีภาวะซึมเศร้าอยู่แล้ว จึงทำให้มีอาการแบบนี้ ช่วงนี้ผมพยายามดูแลตัวเอง นอนไม่ดึก หลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

หรือว่าความเศร้านี้นั้น เป็นเพราะผมยังไม่ยอมรับกับความอนิจจังของชีิวิต โดยหมดจรดหรือเปล่า ผมยังอยู่ในช่วงปรับตัวหรือเปล่า เมื่อผมเข้าใจและยอมรับมันอย่างแท้จริงแล้ว มันจะหายไปเองและสามารถใช้ชีวิตได้สงบสุขตามปกติหรือไม่ครับ เพราะดูเหมือนว่า พระท่านหลายรูปหลายองค์ ที่ต่างก็เข้าใจในเรื่องของมรณานุสติ และฆารวาสอีกหลายคน ที่เข้าใจชีวิตและตระหนักถึงความอนิจจังของชีวิตมากกว่าผม ก็ดูเหมือนจะมีรอยยิ้ม และเปี่ยมสุขกับการมีชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี

 

ชีวิตมิใช่สิ่งไร้สาระ เพราะเป็นโอกาสที่จะช่วยให้คุณทำสิ่งดีงามต่าง ๆ ได้มากมาย ทั้งที่เป็นประโยชน์ตนและประโยชน์ท่าน ชีวิตนี้ยังเปิดโอกาสให้คุณพบสิ่งวิเศษสุดที่ยากจะพบได้ในภพภูมิอื่น การเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากแสนยาก หากคุณทิ้งโอกาสนี้ไป จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

การเจริญมรณสติ หากทำถูกทำเป็น หรือมีโยนิโสมนิสการ ก็จะทำให้เกิดความตื่นตัว กระตือรือร้น รู้สึกเร้าใจ อยากเร่งรีบทำการต่าง ๆ ไม่ให้เนิ่นช้า เพราะรู้ว่าเวลาที่มีอยู่นั้น เหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันก็จะรู้สึกว่าแต่ละวันนั้นมีค่า จะไม่ปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์

แต่ถ้าเจริญมรณสติไม่ถูก ขาดโยนิโสมนสิการ ก็จะเกิดความหดหู่ เพราะเห็นว่าชีวิตไม่ได้สดใสอย่างที่ตนเองคิด กลายเป็นงอมืองอเท้าไป ซึ่งเป็นความประมาทอย่างหนึ่ง

คนที่เจริญมรณสติเป็น จะมีความกลัวตายน้อยลง ยอมรับความตายได้มากขึ้น จนไม่มองความตายเป็นศัตรู แต่ถ้าเจริญมรณสติไม่เป็น เห็นว่าชีวิตมีความตายเป็นเบื้องหน้า ก็จะทำใจไม่ได้ หดหู่เศร้าหมอง นั่นเป็นเพราะยังมีความรู้สึกลบต่อความตาย ยังยึดติดถือมั่นกับชีวิต แต่พอรู้ว่า
ชีวิตจะไม่เป็นอย่างที่คิด ก็เลยเศร้าซึม

คุณถามว่าความเศร้าที่เกิดกับคุณจะหายไปหรือไม่ อาตมาตอบได้ว่า หายไปแน่นอน จะช้าหรือเร็วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขึ้นอยู่กับการวางใจของคุณเป็นสำคัญ อาตมาอยากให้คุณทบทวนอย่างที่อาตมาได้แนะนำมาข้างต้น รวมทั้งเจริญมรณสติให้ถูกต้อง คือ นอกเหนือจากตระหนักถึงความไม่เที่ยงของชีวิตตนแล้ว ควรถามตัวเองว่าทุกวันนี้ทำความดีมากพอหรือยัง สมกับที่โชคดีที่เกิดมาเป็นมนุษย์หรือไม่ หน้าที่ที่ควรทำ ทำเสร็จสิ้นแล้วยัง หากตอบว่า ไม่ ก็ควรเร่งทำความดีให้มาก ๆ

ข้อสำคัญอีกข้อหนึ่งที่อยากแนะนำ คือ หมกมุ่นกับตัวเองให้น้อยลง คนที่คิดถึงแต่ตัวเอง ไม่สนใจคนอื่นนั้น มักอยากตายทั้งนั้น เพราะยิ่งคิดถึงแต่ตัวเองมากเท่าไร ก็ยิ่งเป็นทุกข์ง่ายเท่านั้น คุณลองสละเวลาไปช่วยเหลือคนที่ลำบาก ตกทุกข์ได้ยากบ้าง จะช่วยให้ความหดหู่เศร้าหมองลดลง

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved