ปุจฉา-วิสัชนา > สมมติ ในทางพุทธศาสนา หมายความว่าอย่างไร ?
กลับหน้าแรก

สมมติ ในทางพุทธศาสนา หมายความว่าอย่างไร ?

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 18 มกราคม 2012
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา

ถ้าบอกว่าจิตแรกเริ่มเดิมทีเป็นของบริสุทธิ์ แต่พอจิตอยู่ไปนานๆเข้าก็เกิดการสมมติขึ้นมาเป็นรูป จนเกิดมีกายเนื้อขึ้นมา เกิดมีโลกนี้ขึ้นมา แล้วสิ่งสมมติต่างๆที่เกิดขึ้นมา โลกใบนี้ทั้งใบ ทั้งจักรวาล เกิดภพ เกิดชาติ เป็นสิ่งสมมติหมดเลยเหรอค่ะ แล้วเราก็ต้องพยายามขัดเกลาจิตใจให้กลับไปสู่ความว่างอีกครั้งนึง ไม่ให้กลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก ถ้ายังงั้นไม่ให้จิตเกิดขึ้นมาตั้งแต่แรกจะดีกว่าไหมค่ะ แล้วคนบนโลกนี้มีเป็นพันๆล้านคน นั่นก็หมายความว่ามีเป็นพันๆล้านดวงจิต แล้วจิตพวกนี้มาจากไหน แล้วเราต้องเวียนว่ายตายเกิดกันอีกกี่ครั้งถึงจะหลุดพ้น

สิ่งสมมุติที่พุทธศาสนาพูดถึงนั้น ไม่ได้หมายความว่า ไม่มีอะไรเลย เป็นความว่างเปล่า ที่จิตปรุงแต่งหรือนึกขึ้นเอาเอง แต่หมายความว่า การที่เราเห็นสิ่งต่าง ๆ ว่า เป็นเก้าอี้ เรือน คน สัตว์ ฯลฯ ในความจริงมันไม่ได้เป็นอย่างที่เราเห็น คำว่า “เก้าอี้ เรือน คน สัตว์”นั้น เป็นคำที่เราใช้เรียกขานสิ่งต่าง ๆ ซึ่งแท้จริงมิได้มีตัวตนของมันเอง แต่เกิดจากส่วนประกอบต่าง ๆ มาประชุมกัน แล้วเราก็เรียกภาพรวมว่าเป็นนั่นเป็นนี่ แต่เมื่อไม่รู้ทันความจริงข้อนี้ ก็ไปคิดว่า มันเป็นเก้าอี้ เรือน คน สัตว์ หรือคิดว่ามีตัวตนที่เป็นเก้าอี้ เรือน คน สัตว์จริง ๆ แล้วก็เกิดการยึดมั่นถือมั่นว่าเป็นตัวเป็นตนที่เที่ยงแท้ยั่งยืน ต่อเมื่อเห็นความจริงอย่างแจ่มแจ้ง (ความจริงที่เหนือสมมติ หรือปรมัตถสัจจะ) ว่า สิ่งทั้งปวงไม่มีตัวตนที่จะยึดมั่นได้ ใจก็จะปล่อยวางและเป็นอิสระ

สำหรับคำถามว่าจิตมาจากไหนนั้น อาตมาไม่สามารถตอบได้ รู้แต่ว่าจิตนั้นเกิดและดับทุกขณะ และจะยังเกิด-ดับเรื่อยไปตราบใดที่ยังมีกิเลสที่ทำให้ประกอบกรรม ซึ่งนำไปสู่ผลคือวิบาก วิบากนี้แหละที่ทำให้จิตเกิด-ดับไม่หยุดหย่อน จนกว่าจะหมดกิเลสสิ้นอวิชชา เมื่อนั้นก็จะไม่มีกรรมและวิบาก มีแต่กิริยาล้วน ๆ

คุณอาจถามต่อไปว่าแล้วจะหมดกิเลสสิ้นอวิชชาได้อย่างไร คำตอบก็คือ ต้องปฏิบัติธรรมโดยเริ่มจากศีล สมาธิ แล้วสุดที่ปัญญา เมื่อมีปัญญาแจ่มแจ้ง (ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น) กิเลสและอวิชชาก็จะหมดไป เมื่อนั้นทุกข์ก็ดับและหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้ในที่สุด

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved