ปุจฉา-วิสัชนา > เครียดกับงานมากจนป่วยเรื้อรัง
กลับหน้าแรก

เครียดกับงานมากจนป่วยเรื้อรัง

โดย พระไพศาล วิสาโล
วันที่ 23 พฤศจิกายน 2010
จากหน้า พระไพศาล วิสาโล - Phra Paisal Visalo

ปุจฉา วิสัชนา
กราบนมัสการครับ ผมมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย กลายเป็นคนเครียดๆ เพราะเจอปัญหาหลากหลาย แต่คิดว่าจัดการได้จนหลายปีก่อนเริ่มปวดศีรษะมากขึ้นจนต้องเข้าๆ ออกรพ.จึงอยากทราบวิธีจัดการกับจิตเพราะเครียดและสมองคิดตอนนอนตลอดครับทั้ง ที่คิดว่าไม่เครียด

ปัญหาของคุณนอกจากมีเรื่องครุ่นคิดมากมายแล้ว น่าจะเป็นเพราะมีความกังวลอย่างต่อเนื่อง อาตมาคิดว่าคุณน่าจะแก้เรื่องความกังวลก่อน ด้วยการคิดข้ามช็อตให้น้อยลง คืออย่าเพิ่งไปครุ่นคิดกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง พยายามจดจ่ออยู่กับสิ่งที่กำลังทำในปัจจุบัน คนทุกวันนี้เสียพลังงานและอารมณ์ไปกับเรื่องที่ยังมาไม่ถึง จนไม่มีเวลาใส่ใจกับเรื่องที่อยู่เฉพาะหน้า มีหลายคนที่เครียดเพราะทำงานไม่ทัน เส้นตายยิ่งใกล้เข้ามาก็ยิ่งเครียด ปรากฏว่าเครียดจนปวดหัว จนทำงานไม่ได้ ต้องนอนพัก เลยกลายเป็นว่าทำให้งานเสร็จช้าลงยิ่งกว่าเดิม อะไรที่อยากทำให้เสร็จไว ๆ กลับยิ่งเสร็จช้าลง

อยากแนะนำให้คุณทำ อะไรเป็นอย่าง ๆ หรือทำทีละอย่าง ระหว่างที่ทำเรื่อง ก. อย่าเพิ่งไปสนใจเรื่อง ข. หรืออย่าเอาเรื่อง ข. มาคิด คุณจะรู้สึกเบาลงมาก อยากให้อ่านเรื่องข้างล่าง

นาวาเอกผู้หนึ่งได้ เข้าไปกราบสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ซึ่งทรงเคยเป็นอุปัชฌาย์เมื่อครั้งเขาอุปสมบทที่วัดบวรนิเวศ หน้าตาของนาวาเอกดูหม่นหมองและอิดโรย ท่าทางอมทุกข์ สมเด็จ ฯ จึงรับสั่งถามว่า

“เป็นไงมั่งพักนี้ ?”

“หนักครับ” เขาทูล

“ช่วงนี้แย่มากเลยครับ”

“หนักอะไร ?” สมเด็จ ฯ ถาม

แล้วนาวาเอกก็ทูลเล่าถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ประดังประเดเข้ามาทั้งในเรื่องชีวิตและงานการ เขาบอกว่าตอนนี้จวนจะแบกไม่ไหวแล้ว จึงมาเฝ้าสมเด็จ ฯ เพื่อขอพระบารมีเป็นที่พึ่ง

สมเด็จ ฯ นั่งสักพัก ก็รับสั่งให้เขานั่งคุกเข่าและยื่นมือทั้งสองออกมาข้างหน้า แล้วพระองค์ก็หยิบเศษกระดาษชิ้นหนึ่งมาวางบนฝ่ามือทั้งสองของนาวาเอก จากนั้นพระองค์ก็เสด็จออกไปจากที่ประทับ พร้อมกับรับสั่งว่า

“นั่งอยู่นี่แหละ อย่าขยับหรือไปไหนจนกว่าข้าจะกลับมา จะเข้าไปข้างในสักประเดี๋ยว”

นาวาเอกนั่งอยู่ในท่าคุกเข่าและประคองกระดาษทั้งสองมืออยู่เป็นเวลานาน ๑๐ นาทีก็แล้ว ๒๐ นาทีก็แล้ว สมเด็จ ฯ ก็ยังไม่เสด็จออกมา เขาเริ่มเหนื่อย แขนก็เมื่อยล้า กระดาษชิ้นเล็ก ๆ ซึ่งเบาหวิวดูจะหนักขึ้นเรื่อย ๆ จนเหงื่อเริ่มออก

ในที่สุดสมเด็จ ฯ ก็เสด็จเข้ามาประทับที่เดิม ทำทีเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น สักพักก็มองกระดาษที่มือนาวาเอก แล้วทรงถามว่า

“เป็นไง ?”

“หนักครับ พระเดชพระคุณ เมื่อยจนจะทนไม่ไหว”

“อ้าว ทำไมไม่วางมันลงเสียละ ?” สมเด็จ ฯ รับสั่ง

“ก็ไปยอมให้มันอยู่อย่างนั้น มันก็หนักอยู่ยังงั้นนะซี มันจะเป็นอย่างอื่นไปได้ยังไง”

กระดาษชิ้นเล็ก ๆ ที่เบาหวิว หากไปถือนาน ๆ เข้า ก็ย่อมกลายเป็นของหนัก ตรงกันข้ามก้อนหินก้อนใหญ่ ถ้าไม่ไปแบกหรืออุ้มมัน ก็ไม่รู้สึกหนัก ฉะนั้นถ้าไม่อยากให้ชีวิตหรือจิตใจหนักอึ้ง ควรรู้จักปล่อยวางเสียบ้าง

แม้แต่ของที่มีประโยชน์ เราควรยึดถือก็ต่อเมื่อถึงเวลาใช้งาน เมื่อใช้เสร็จ ก็ควรวางลงเสีย นับประสาอะไรกับของที่ไร้ประโยชน์ เช่น ความทุกข์ ความห่วงกังวล ยิ่งต้องวางทันทีทีรู้ตัวว่ามาครองใจ หาไม่แล้วจะกลายเป็นของหนักจนเอาตัวไม่รอด

อยากเสนอแนะว่าก่อนนอนให้ลองทำสมาธิ ตามลมหายใจเข้า หายใจออก สัก ๑๐ นาที โดยวางเรื่องอื่นเสีย แม้ว่าจะยังไม่ทำให้จิตสงบ แต่หากทำบ่อย ๆ ก็จะปล่อยวางได้มากขึ้น และหลับได้สบายขึ้น

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved