พักใจในวันหยุด > เดินบำรุงใจ
กลับหน้าแรก

เดินบำรุงใจ

๒๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔
พระไพศาล วิสาโล

แบ่งปันบน facebook Share   
 
เดินจงกรมเป็นวิธีพักใจอีกอย่างหนึ่ง แต่แทนที่จะน้อมจิตมาอยู่กับลมหายใจเข้าและออก ก็ให้มาอยู่กับการย่างเท้าทั้งสอง โดยเดินกลับไปกลับมาอย่างช้า ๆ ระยะทางประมาณ ๓-๕ เมตร ทอดสายตาไปที่พื้นประมาณ ๑.๕ เมตรจากตัว ระหว่างที่เดินก็ให้รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเท้า โดยไม่ถึงกับเพ่งหรือจดจ่อที่เท้า เมื่อใจเผลอไปคิดถึงเรื่องใดก็ตาม ทันทีที่รู้ตัวก็ให้พาจิตกลับมาอยู่ที่การเดิน ทั้งนี้ไม่ต้องไปสนใจว่าเมื่อกี้คิดอะไร ทำไมถึงคิด ให้ปล่อยวางความคิดโดยไม่ต้องอาลัย

ขอให้สังเกตว่าเมื่อใดที่จิตเผลอคิดออกไปนอกตัว จิตจะไม่รับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายหรือเท้าที่ก้าวเดิน จนบางครั้งลืมไปด้วยซ้ำว่ากำลังเดินอยู่ แต่เมื่อรู้ตัวว่าเผลอ แล้วกลับมาอยู่กับการเดิน ความรู้สึกตัวจะกลับมาแจ่มชัด และรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายรวม ๆ อีกครั้งหนึ่ง ความรู้ตัวและความรู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของร่างกายจึงสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด

ใหม่ ๆ อาจจะยังวางจิตไว้ไม่ถูก คือแทนที่จะรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวของเท้า ก็ไปเพ่งหรือจดจ่อที่เท้า แม้จะทำให้จิตฟุ้งน้อยลง แต่ก็อาจทำให้เครียดได้ง่าย เมื่อใดที่รู้สึกเครียด ก็ให้ผ่อนจิตลงมา เพียงแค่ให้รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของเท้าก็พอ วิธีนี้แม้จิตจะเผลอออกไปนอกตัวบ่อยกว่า แต่การรู้ตัวว่าเผลอครั้งแล้วครั้งเล่า จะทำให้สติปราดเปรียวว่องไวขึ้น ช่วยให้เผลอน้อยลง และมีความรู้สึกตัวต่อเนื่องขึ้น ยิ่งมีความรู้สึกตัวต่อเนื่องมากเท่าไร จิตก็จะยิ่งโปร่งเบาและแจ่มใสมากเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม การเดินจงกรมนั้นมีหลายแบบ นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีการกำหนดจิตไปที่การเคลื่อนของเท้าอย่างละเอียดถี่ยิบ ตั้งแต่ยกเท้า ย่างเท้า แล้วเหยียบพื้น เป็นต้น ผู้สนใจควรศึกษาเพิ่มเติมจากผู้รู้

รวบรวมงานเขียนและบทความของพระไพศาล วิสาโล www.visalo.org  korobiznet เอื้อเฟื้อพื้นที่   
webmaster    ๒๕๕๒ All Rights ไม่ Reserved